มหาเวสสันดรชาดก

...

36 downloads 809 Views 355KB Size

มหาเวสสันดรชาดกเป็ นชาดกเรื่ องใหญ่ กล่าวถึงพระโพธิสตั ว์ซ่ ึงเสวยพระชาติเป็ นพระ เวสสันดรได้บาเพ็ญบารมีอย่างสู งสุ ด ยากเกินกว่า จะมีผใู ้ ดทาได้คือให้บุตรและภรรยาแก่ผทู ้ ี่มาขอ นอกจากนั้นยังบาเพ็ญบารมีอนั ยิง่ ใหญ่อื่นครบถ้วน ทั้ง ๑๐ ประการ จึงเรี ยกอีกอย่างหนึ่งว่า "มหาชาติ" และการเทศน์เรื่ องพระเวสสันดรก็เรี ยกว่าเทศน์ มหาชาติ

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งขึ้นเมื่อปี ขาล พ.ศ. ๒๐๒๕ เรี ยกชื่อว่า "มหาชาติ" เป็ นคาคละกันมี ทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ ร่ ายมีวตั ถุประสงค์แต่งขึ้นเพื่อใช้ใน การสวดในวันสาคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา ต่อมา ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้นามหา เวสสันดรชาดกขึ้นอีก คือพ.ศ. ๒๑๔๕ เรี ยกชื่อว่า "กาพย์ มหาชาติ" เป็ นคาประพันธ์ชนิดร่ ายยาว วัตถุประสงค์แต่ง ขึ้นเพื่อใช้สาหรับเทศน์

มหาเวสสันดรชาดก มีท้ งั หมด ๑๓ กัณฑ์ ๑.กัณฑ์ทศพร ๒.กัณฑ์หิมพานต์ ๓.กัณฑ์ทานกัณฑ์ ๔.กัณฑ์วนปเวสน์ ๕.กัณฑ์ชูชก ๖.กัณฑ์จุลพน ๗.กัณฑ์มหาพน ๘.กัณฑ์กมุ าร ๙.กัณฑ์มทั รี ๑๐.กัณฑ์สกั กบรรณ ๑๑.กัณฑ์มหาราช ๑๒.กัณฑ์ฉกษัตริ ย ์ ๑๓.กัณฑ์นครกัณฑ์

ตัวละคร พระเจ้ ากรุงสนชัย เป็ นแบบอย่างของนักปกครองฟังเสี ยงส่ วนมากไม่เห็นแก่พวก พระนางผุสดี เป็ นแบบอย่างของนักปกครองฟังเสี ยงส่ วนมากไม่เห็นแก่พวก พระนางมัทรี เป็ นแม่แบบของภรรยาผูม้ ีลกั ษณะเป็ นกัลยาณมิตรของสามี พระชาลี เป็ นแบบอย่างของลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่ ชู ชก เป็ นแบบอย่างของคนที่ติดอยูใ่ นกาม พรานเจตบุตร เป็ นแบบอย่างของคนดีแต่ขาดความเฉลียวฉลาด พระกัณหา เป็ นแบบอย่างของลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่ พระเวสสั นดร เป็ นแบบอย่างของผูเ้ สี ยสละประโยชน์ส่วนตัว นางอมิตตดา เป็ นแบบอย่างของลูกที่เชื่อฟังตั้งอยูใ่ นโอวาทพ่อแม่

สรุปเรื่ องย่ อ ครั้งหนึ่ง ณ กรุ งเชตุดร พระนางผุสดี พระมเหสี ของพระเจ้า กรุ งสนชัย ได้รับพรวิเศษจากพระอินทร์ โดยพรวิเศษนั้น พระนางผุสดี ได้มากถึง 10 ข้อ มีขอ้ หนึ่งพระนางขอให้ได้เป็ นพระมารดาของพระ โพธิสตั ว์ และเมื่อพระนางทรงตั้งครรภ์ พระนางผุสดีกป็ ระสู ติ พระโอรส ชื่อว่า “พระเวสสันดร” พระเวสสันดรยิง่ เจริ ญวัยมากขึ้น เท่าใด พระองค์กย็ งิ่ ทรงบริ จาคทานแก่ประชาชนมากขึ้นตามลาดับ เมื่อพระเวสสันดรมีพระชันษาได้ 16 พรรษา พระองค์ได้อภิเษก สมรสกับพระนางมัทรี พระราชธิดาแห่งกรุ งมัทราช เมื่อขึ้นครองราช สมบัติ พระองค์กย็ งิ่ บริ จาคทานมากขึ้นและมากยิง่ ขึ้น ทรงโปรดให้ สร้างโรงทาน 6 แห่ง ต่อมาเมื่อพระนางมัทรี ได้ประสู ตรพระราชธิดา และพระราชโอรส

ทรงพระนามว่า กัณหา และ ชาลี ต่อมามีอยูค่ ราวหนึ่ง แคว้นกลิงคราฐ เกิดฝนแล้ง เจ้าเมืองกลิงกราฐ ได้ข่าวว่าช้างคู่บุญของพระเวสสันดรที่ ชื่อ “ช้างปัจจยานาเคนทร์” เป็ นช้างมงคล ถ้าไปอยูท่ ี่ใด ที่นนั่ ฝนจะตก ต้องตามฤดูกาล พระองค์จึงส่ งพราหมณ์ แปดคนไปขอช้างจากพระ เวสสันดร พระเวสสันดรจึงบริ จาคทานให้ไป ทาให้ชาวเมืองเชตุดรโกรธ แค้นขอให้พระเจ้ากรุ งสนชัยขับพระเวสสันดรออกจากเมือง พระเจ้ากรุ ง สนชัยมิรู้จะทาประการใด จึงต้องยอมทาตามคาร้องเรี ยนของ ประชาชน พระเวสสันดร พร้อมด้วยพระนางมัทรี และสองกุมารกัณหาชาลี ทรงรถ เทียมม้าเสด็จนอกเมือง ระหว่างทางมีพราหมณ์มาดักรอขอราชรถ พระ เวสสันดรก็บริ จาคให้ แล้วทุกพระองค์กเ็ สด็จโดย พระบาทเดินทางมุ่ง เข้าป่ าไป ทั้งสี่ พระองค์เดินทางมาจนกระทั้งถึงสระบัวใหญ่เชิงเขาวงกต

ซึ่งเทวดาเนรมิตไว้ พระเวสสันดรจึงตกลงผนวชเป็ นฤๅษี บาเพ็ญภาวนาอยูท่ ี่นี่กล่าวถึงชูชก เป็ นขอทานแก่โลภมาก มีเมีย สาวสวยชื่อ อมิตตา นางอมิตตาขยันขันแข็ง จึงเป็ นที่รังเกียจ ของบรรดาหญิงที่เกียจคร้าน ทาให้บรรดาหญิงที่เกียจคร้านนั้น พากันด่าทอทุบตี จนนางอมิตตาไม่กล้าออกไปทางานนอกบ้าน จึงอ้อนวอนขอให้ชูชกไปขอลูกทั้งสองของพระเวสสันดรมาให้ นางใช้ต่างทาส ชูชก ด้วยความที่รักเมีย จึงเดินทางไปขอลูกทั้ง สองของพระเวสสันดรมาให้ พระเวสสันดรก็บริ จาคทานให้กบั ชูชก ต่อมาเมื่อเรื่ องรู ้เข้าไปถึงเมืองหลวง มารดาของพระ เวสสันดรก็ให้ไปรับตัวหลานทั้งสองเข้าเมือง และให้รางวัลกับ ชูชก ชูชกได้รับรางวัลและอาหารมากมาย กินจนท้องแตกตาย

กัณฑ์ ที่ ๙ กัณฑ์ มัทรี รุ่ งเช้าพระนางมัทรี เข้าป่ าหาผลไม้ "เกิดเหตุแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ไม่มีผลไม้ให้ เก็บเหมือนดังกับวันก่อน นางรี บย้อนกลับเคหา ก็เกิดพายุใหญ่ พระนางทรงห่วงหน้า พะวงหลัง เกรงจะมีภยั แต่พระเวสสันดร กัณหาและชาลีพระนางมัทรี รีบยกหาบใส่ บ่า รี บเดินทาง พบกับสองเสื อสามสัตว์มานอนสกัดหน้า เทวดาสามองค์แปลงร่ างเป็ น ราชสี ห์ เสื อเหลือง เสื อโคร่ งสกัดทางนางไว้เพื่อมิให้พระนางมัทรี ติดตามกัณหา ชาลีได้ ทัน แต่ถึงกระนั้น เมื่อยามทุกข์เข้าบีบคั้น ความรักลูก ความห่วงพระภัสดา พระนางจึง ก้มกราบวิงวอน ขอหนทางต่อพญาสัตว์ท้ งั สาม เมื่อได้หนทางแล้ว พระนางก็รีบเสด็จ กลับอาศรมเมื่อมาถึงอาศรม ไม่พบกัณหา ชาลี บัดนี้ลูกรักทั้งคู่ไปไหนเสี ย จึงมิมารับแม่ เล่า ครั้นเข้าไปถามพระเวสสันดรก็ถูกตัดพ้อต่อว่าต่าง ๆ จนพระนางมัทรี ถึงวิสัญญีภาพ สลบลง พระเวสสันดรทรงปฐมพยาบาลจนพระนางมัทรี ฟ้ื น แล้วจึงแจ้งความจริ งว่า พระองค์ได้ทรงยกลูกรักชายหญิงทั้งสอง มอบให้แก่ชูชกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

คุณค่ าด้ านวรรณศิลป์ ๑. การใช้ ธรรมชาติเปรียบกับความทุกข์ โศกของพระนางมัทรี เนื้อหากัณฑ์มทั รี น้ ีแสดงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกบั พระนางมัทรี อย่างชัดเจน สภาพธรรมชาติที่แตกต่างไปจากปกติ แสดงให้เห็นว่าเป็ นลาง บอกเหตุแก่พระนางมัทรี วา่ จะเกิดเรื่ องร้ายๆ

๒. การเล่นเสี ยง ๒.๑ การเล่นเสี ยงสัมผัสพยัญชนะเสี ยงเดียวกันต่อๆ กันหลายคา เช่น “ ก็กลายเป็ นดอกดวงเดียรดาษอนาถเนตร” ๒.๒ การเล่นเสี ยงสัมผัสสระ ที่เป็ นเสี ยงเสนาะอันเกิดจากการเล่นเสี ยงสระ “ นางก็ถึงวิสญ ั ญีสลบลงตรงหน้าฉาน ปานประหนึ่งว่าพุม่ ฉัตรทองอันต้อง สายอัสนีฟาดระเนนเอนก็ลม้ ลงตรงหน้าพระที่นงั่ เจ้า นั้นแล” ๒.๓ การเล่นทั้งเสี ยงสัมผัสพยัญชนะและสระ เช่น “ แม่ยงั กลับหลังมาโลมลูบจูบกระหม่อมจอมเกล้าทั้งสองเรา” “ เจ้าเคยเคียงเรี ยงเคียงหมอนนอนแนบข้างทุกราตรี ”

๓. การเล่ นคา มีการเล่นคาที่เรี ยกว่า “สะบัดสะบิง้ ” ซึ่งจะแบ่งคาออกเป็ น สองกลุ่มเท่าๆ กัน แล้วซ้ าคาเดียวกันที่มีเสี ยงสระสั้นใน พยางค์หน้า ส่ วนพยางค์หลังเล่นเสี ยงพยัญชนะเดียวกันแต่ ต่างเสี ยงสระกัน ก่อให้เกิดจังหวะคาที่ไพเราะ เช่น คา ว่า “สะอึกสะอืน้ ” ในข้อความว่า “พระนางยิ่งหมองศรี โศก กาสรดสะอึกสะอืน้ ”และคาว่า “ตระตรากตระตรา” ใน ข้อความว่า “อุตสาหะตระตรากตระตราเตร็ ดเตร่ หาผลา ผลไม้ ” และการเล่นคาซ้ า

๔. การใช้ ภาพพจน์ ๔.๑ การใช้ ภาพพจน์ แบบอุปมา เป็ นการเปรี ยบเทียบสิ่ งหนึ่งว่าเหมือนอีกสิ่ งหนึ่ง เช่น เปรี ยบเทียบพระทัยเต้นระทึกของพระนางมัทรี กบั กายอันสัน่ รัวของปลาที่ถูกตี ดัง ปรากฏในเนื้อความว่า“พระทรวงนางสั่นระริ กดั่งตีปลา” เปรี ยบความเจ็บปวดพระทัย ของนางมัทรี ที่พระเวสสันดรไม่ยอมตรัสตอบ ๔.๒ การใช้ ภาพพจน์ แบบอุปลักษณ์ เป็ นการเปรี ยบว่ าอีกสิ่ งหนึ่ง “เป็ น” หรื อ “คือ” อีก สิ่ งหนึ่ง เช่น “หวังว่ าจะเป็ นเกือกทองฉลองบาทยุคลทั้งคู่แห่ งพระคุณผัว” ๔.๓ การใช้ ภาพพจน์ แบบสัทพจน์ นอกจากนี้ยงั มีการใช้สทั พจน์หรื อคาเลียนเสี ยง ทา ให้ขอ้ ความมีชีวติ ชีวานิ่งขึ้น เช่น “แต่ ย่างเหยียบเกรี ยบกรอบก็เหลียวหลัง” ๔.๔ การใช้ ภาพพจน์ แบบบุคลวัต เป็ นการใช้ภาพพจน์ที่มีชีวติ ที่มิใช่มนุษย์และ สิ่ งไม่มีชีวติ ทากิริยาอาการเลียนแบบมนุษย์ เช่น “ได้ ยินแต่ เสียงดุเหว่ าละเมอร้ องก้ อง พนาเวศ”

คุณค่ าด้ านสั งคม • แสดงให้เห็นความรักอันยิง่ ใหญ่ที่แม่มีต่อลูก ความเป็ นห่ วงเป็ นใย การ ดูแลเอาใจใส่ • ความมีเมตตา การบริ จาคทานให้แก่ผทู ้ ี่ดอ้ ยกว่าตน

อ้ างอิง • http://www.reurnthai.com/index.php?topic=478.5;wap2 • http://meesang.exteen.com/20080504/entry-3?n=y

Life Enjoy

" Life is not a problem to be solved but a reality to be experienced! "

Get in touch

Social

© Copyright 2013 - 2019 USDOC.SITE - All rights reserved.